Jockey Pump คืออะไร ทำไมระบบดับเพลิงต้องใช้

by pam
19 views

ในระบบดับเพลิงของโรงงานอุตสาหกรรม “แรงดันน้ำ” เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องรักษาให้คงที่อยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าหัวจ่ายน้ำดับเพลิงและอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถทำงานได้ทันทีเมื่อต้องการ หากแรงดันตกลงต่ำกว่าค่าที่กำหนด Fire Pump (ปั๊มน้ำดับเพลิงหลัก) อาจต้องเริ่มทำงานบ่อยเกินไป ซึ่งส่งผลต่ออายุการใช้งานและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

Jockey Pump เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยรักษาระดับแรงดันในระบบดับเพลิง โดยไม่ต้องใช้ Fire Pump ทำงานบ่อย ๆ ซึ่งช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่น ลดการสึกหรอของอุปกรณ์ และช่วยประหยัดพลังงาน

ลองจินตนาการว่าคุณมีท่อน้ำขนาดใหญ่ที่ต้องการแรงดันน้ำคงที่อยู่เสมอ หากไม่มีอุปกรณ์รักษาแรงดันที่ดี พลังงานจะถูกใช้มากเกินไปจากการทำงานของปั๊มหลัก และอาจทำให้เกิดการสึกหรออย่างรวดเร็ว Jockey Pump จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วย รักษาระดับแรงดันในระบบดับเพลิง ให้คงที่ ลดภาระของปั๊มหลัก และช่วยให้ระบบพร้อมใช้งานตลอดเวลา

Jockey Pump คืออะไร?

คำนิยามของ Jockey Pump

Jockey Pump เป็นปั๊มน้ำขนาดเล็กที่ติดตั้งร่วมกับระบบดับเพลิง ทำหน้าที่รักษาแรงดันในระบบท่อส่งน้ำดับเพลิงให้อยู่ในระดับที่กำหนด โดยไม่ต้องให้ปั๊มหลักทำงานบ่อยครั้ง ซึ่งช่วยลดภาระการทำงานของปั๊มหลักและยืดอายุการใช้งานของระบบโดยรวม

มักถูกติดตั้งร่วมกับ Fire Pump และระบบท่อส่งน้ำดับเพลิง โดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดเล็กกว่าปั๊มหลักมาก และทำงานโดยอัตโนมัติผ่าน Pressure Switch ที่ควบคุมแรงดันในระบบ

คุณสมบัติสำคัญของ Jockey Pump

✅ ขนาดเล็กกว่า Fire Pump
✅ ช่วยลดภาระการทำงานของ Fire Pump
✅ ปรับแรงดันในระบบให้คงที่
✅ เปิด-ปิดอัตโนมัติตามค่าความดันที่ตั้งไว้

ความสำคัญของ Jockey Pump

  1. รักษาระดับแรงดันน้ำในระบบดับเพลิง – ช่วยเติมน้ำเข้าสู่ระบบเมื่อแรงดันลดลงจากการรั่วไหลเล็กน้อย
  2. ป้องกันการทำงานของ Fire Pump โดยไม่จำเป็น – หากไม่มี Jockey Pump ปั๊มหลักจะต้องทำงานบ่อยขึ้นแม้แรงดันลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งส่งผลให้เกิดการสึกหรอและใช้พลังงานมากขึ้น
  3. ช่วยให้ระบบดับเพลิงพร้อมใช้งานตลอดเวลา – เมื่อเกิดเพลิงไหม้ Fire Pump จะทำงานทันทีโดยไม่มีการหน่วงเวลา เนื่องจากแรงดันน้ำในระบบอยู่ในระดับที่เหมาะสม

หลักการทำงาน Jockey Pump

หลักการทำงานของ Jockey Pump

วงจรการทำงาน

  • เมื่อแรงดันในระบบลดลง (เช่นจากการรั่วไหลเล็กน้อย) Pressure Switch จะสั่งให้ Jockey Pump ทำงาน
  • Jockey Pump จะเติมน้ำเข้าสู่ระบบ เพื่อปรับระดับแรงดันให้กลับมาอยู่ในค่าที่กำหนด
  • เมื่อแรงดันกลับมาอยู่ในระดับปกติ Jockey Pump จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ
  • หากมีการใช้ปริมาณน้ำมากเกินขีดจำกัดของ Jockey Pump (เช่นในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้) Fire Pump จะถูกสั่งให้ทำงานแทน

ส่วนประกอบของ Jockey Pump

  • ตัวปั๊ม (Pump Casing) – ทำหน้าที่ส่งน้ำเข้าสู่ระบบ
  • มอเตอร์ (Motor) – ใช้ในการขับเคลื่อนใบพัดปั๊ม
  • Pressure Switch – ตรวจสอบระดับแรงดันและสั่งเปิด-ปิดปั๊มอัตโนมัติ
  • Check Valve และ Pressure Relief Valve – ป้องกันการไหลย้อนกลับของน้ำ

ความแตกต่างระหว่าง Jockey Pump และ Fire Pump

หัวข้อ Jockey Pump Fire Pump (Main Pump)
ขนาดปั๊ม เล็ก ใหญ่
วัตถุประสงค์ รักษาแรงดันน้ำในระบบ จ่ายน้ำดับเพลิงเมื่อเกิดไฟไหม้
ปริมาณน้ำที่จ่าย น้อย มาก
การทำงาน ทำงานบ่อยแต่ใช้พลังงานต่ำ ทำงานเฉพาะกรณีฉุกเฉิน

วิธีการตรวจสอบและบำรุงรักษา Jockey Pump 

วิธีการตรวจสอบ

  • ตรวจสอบแรงดันของระบบดับเพลิง โดยใช้เกจวัดแรงดัน
  • ตรวจสอบการทำงานของ Pressure Switch ว่าทำงานอัตโนมัติตามค่าที่ตั้งไว้หรือไม่
  • ทดสอบการทำงานของปั๊ม โดยลดแรงดันน้ำในระบบแล้วดูว่าปั๊มเริ่มทำงานและหยุดได้ถูกต้องหรือไม่
  • ตรวจสอบสภาพของ Check Valve ว่าไม่มีการรั่วไหล
  • ตรวจเช็คมอเตอร์และระบบไฟฟ้า เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีความเสียหายหรือความผิดปกติ

ตรวจ Jockey Pump โรงงาน

ความสำคัญของการตรวจสอบ Jockey Pump ในโรงงานอุตสาหกรรม

ในโรงงานอุตสาหกรรม ระบบดับเพลิงเป็นสิ่งที่ต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาเป็นประจำตามข้อกำหนดของกฎหมาย เช่น

  • กฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม กำหนดให้โรงงานต้องมีระบบดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพ
  • มาตรฐาน NFPA 20 (National Fire Protection Association) ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับ Fire Pump และ Jockey Pump อย่างชัดเจน
  • ISO 45001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย กำหนดให้ต้องมีการดูแลอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยเป็นประจำ

ขอแนะนำบริการตรวจระบบดับเพลิง โรงงาน อาคาร บ้านเรือน จากวิศวกรมืออาชีพ พร้อมออกรายงานหลังการตรวจสอบให้คุณสามารถใช้ในการยืนยันการตรวจสอบได้ตามกฎหมาย พร้อมเดินทางให้บริการถึงสถานที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >> ตรวจระบบดับเพลิง.com

ออกแบบและติดตั้ง Jockey Pump ในโรงงานต้อง เริ่มจากอะไร

การออกแบบและติดตั้ง Jockey Pump อย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ระบบดับเพลิงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ การเลือกขนาดที่เหมาะสมและการติดตั้งที่ถูกต้องจะช่วยให้สามารถรักษาระดับแรงดันน้ำในระบบได้อย่างมีเสถียรภาพ ลดภาระของ Fire Pump และยืดอายุการใช้งานของระบบโดยรวม

เทคนิคการเลือกขนาด Jockey Pump

Jockey Pump ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับระบบดับเพลิงของอาคารหรือโรงงาน ซึ่งการเลือกขนาดต้องพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้

ระดับแรงดันน้ำ ในระบบดับเพลิง

  1. ระดับแรงดันที่ต้องการรักษา (Maintained Pressure Level)

    • ควรกำหนดค่าความดันของ Jockey Pump ให้สูงกว่าค่าความดันทำงานของ Fire Pump ประมาณ 10-20 psi
    • หากแรงดันที่ตั้งไว้ต่ำเกินไป อาจไม่สามารถรักษาแรงดันได้ดีพอ
    • หากแรงดันสูงเกินไป อาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติหรือเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์
  2. คำนวณอัตราการรั่วซึมของระบบ (System Leakage Rate Calculation)

    • ระบบดับเพลิงมักมีการรั่วไหลเล็กน้อยจากข้อต่อและวาล์วที่อาจมีการคลายตัวเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน
    • Jockey Pump ควรมีอัตราการไหล (Flow Rate) ที่เพียงพอต่อน้ำที่รั่วซึมในระบบ เพื่อให้แรงดันน้ำอยู่ในระดับคงที่
  3. เลือกปั๊มที่มีขนาดเหมาะสมกับ Fire Pump (Pump Capacity Matching)

    • โดยทั่วไป ขนาดของ Jockey Pump ควรมีอัตราการไหล ประมาณ 1-2% ของ Fire Pump
    • อัตราการไหล (Flow Rate) ควรอยู่ในช่วง 10-50 GPM (Gallons per Minute) ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบดับเพลิง
    • กำลังมอเตอร์ของ Jockey Pump มักอยู่ในช่วง 0.5-5 HP (แรงม้า) ซึ่งต้องสอดคล้องกับการใช้งานจริง
    • การเลือกขนาดที่เล็กเกินไปอาจทำให้ปั๊มทำงานหนักและเปิด-ปิดบ่อยเกินความจำเป็น ส่วนขนาดที่ใหญ่เกินไปอาจสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น

เลือกสถานที่ติดตั้ง Jockey Pump

เลือกสถานที่ติดตั้งที่เหมาะสม

นอกจากการเลือกขนาดที่เหมาะสมแล้ว การติดตั้ง Jockey Pump ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

1. ติดตั้งในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย (Easy Access for Maintenance)

    • Jockey Pump ควรถูกติดตั้งในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้สะดวก เพื่อให้สามารถบำรุงรักษาและซ่อมแซมได้ง่าย
    • ควรมีพื้นที่รอบ ๆ ปั๊มเพียงพอสำหรับการตรวจสอบอุปกรณ์ เช่น Pressure Switch, Check Valve และระบบท่อ
    • ควรติดตั้งใกล้ Fire Pump เพื่อให้ระบบทำงานสัมพันธ์กันอย่างมีประสิทธิภาพ

2. ต้องมีระบบไฟฟ้าสำรอง (Backup Power Supply)

    • ในกรณีฉุกเฉิน เช่น ไฟฟ้าดับ ระบบ Jockey Pump ควรมีแหล่งพลังงานสำรอง เช่น เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator)
    • ระบบควรเชื่อมต่อกับแผงควบคุมหลัก (Fire Pump Controller) เพื่อให้สามารถทำงานได้ต่อเนื่องแม้ในกรณีไฟฟ้าขัดข้อง

3. ต้องมีวาล์วและเซ็นเซอร์แรงดันที่แม่นยำ (Precision Valves and Pressure Sensors)

    • ควรติดตั้ง Check Valve และ Pressure Relief Valve เพื่อป้องกันปัญหาการไหลย้อนกลับของน้ำ และช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่น
    • ควรใช้ Pressure Switch และ Pressure Gauge ที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้สามารถตรวจจับแรงดันได้อย่างแม่นยำ
    • การตั้งค่าความดันที่เหมาะสมใน Pressure Switch จะช่วยให้ Jockey Pump เปิด-ปิดอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการทำงานเกินความจำเป็น

4. เชื่อมต่อกับ Fire Pump Controller

    • Jockey Pump ควรเชื่อมต่อกับ Fire Pump Controller เพื่อให้สามารถตรวจสอบและควบคุมการทำงานได้จากศูนย์ควบคุมหลัก
    • ในกรณีที่ Jockey Pump ไม่สามารถรักษาแรงดันได้ Fire Pump Controller จะสั่งให้ Fire Pump เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ

5. ติดตั้งระบบระบายอากาศและการป้องกันความร้อนสะสม

    • หากติดตั้ง Jockey Pump ในห้องปั๊ม ควรมีระบบระบายอากาศที่ดี เพื่อป้องกันความร้อนสะสมที่อาจทำให้มอเตอร์ของปั๊มเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
    • ควรติดตั้ง Thermal Overload Protection เพื่อป้องกันมอเตอร์ร้อนเกินไปและเสียหาย

สรุป

Jockey Pump เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในระบบดับเพลิง แม้ว่าจะเป็นปั๊มขนาดเล็ก แต่ช่วยให้ระบบดับเพลิงสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดภาระของ Fire Pump การตรวจสอบและบำรุงรักษา Jockey Pump อย่างสม่ำเสมอในโรงงานอุตสาหกรรมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้ระบบดับเพลิงสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อต้องใช้งานจริง

ในการตรวจสอบระบบดับเพลิงประจำปี ที่โรงงานต้องมีการใช้บริการตรวจสอบระบบดับเพลิงจากวิศวกรที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย Jockey Pump เองก็เป็น 1 ในรายการอุปกรณ์ที่ต้องมีการตรวจสอบตามกฎหมายกำหนด


อ้างอิง

  1. National Fire Protection Association (NFPA). NFPA 20: Standard for the Installation of Stationary Pumps for Fire Protection
  2. Occupational Safety and Health Administration (OSHA). Fire Protection Standards
  3. International Organization for Standardization (ISO). ISO 45001: Occupational Health and Safety Management Systems

บทความที่น่าสนใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

สำนักงาน

ปทุมธานี

ที่อยู่ 98/16 หมู่ 18 ถนนเชียงราก ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 (TU dome plaza ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต) ชั้น 3

 

สระบุรี

ที่อยู่ 221/3 หมู่ 8 ตำบล ห้วยทราย อำเภอ หนองแค จังหวัด สระบุรี 18230
เลขภาษี 0-1955-60000-80-8 (สำนักงานใหญ่)

 

ชลบุรี

เลขที่ 4/222 ชั้นที่ 12 อาคารฮาร์เบอร์ ออฟฟิศ หมู่ 10 ถ.สุขุมวิท ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20230

Copyright @2025   ตรวจสอบระบบดับเพลิง Developed website and SEO by iPLANDIT