ในชีวิตประจำวันของเรานั้น อาคารไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด สำนักงาน หรือกระทั่งในโรงงานอุตสาหกรรม ล้วนมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากอัคคีภัย หากเราไม่ติดตั้งระบบดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพ จะเพิ่มความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากมีเหตุอัคคีภัย เช่น การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้น การมีระบบดับเพลิงที่ดีและการดูแลรักษาให้พร้อมใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ในบทความนี้ ผมจะพามาทำความรู้จักกับความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น หากอาคารไม่มีระบบดับเพลิง หรือหากมีแต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง มาร่วมกันสำรวจความเสี่ยงเหล่านี้กันเถอะ!
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่มีระบบดับเพลิง ในอาคาร
1. เพลิงแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว
หนึ่งในความเสี่ยงหลักของการไม่มีระบบดับเพลิงในอาคาร คือ การแพร่กระจายของไฟอย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดไฟไหม้ในอาคาร หากไม่มีระบบที่สามารถควบคุมเพลิงได้ตั้งแต่ต้น อัคคีภัยสามารถขยายตัวอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที ส่งผลให้ความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินมีมากขึ้น และโอกาสในการควบคุมเพลิงก็น้อยลง ระบบดับเพลิง เช่น สปริงเกลอร์หรือระบบน้ำอัตโนมัติสามารถช่วยควบคุมไฟได้ตั้งแต่เริ่มต้น แต่หากไม่มีระบบเหล่านี้ ความรุนแรงของอัคคีภัยจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
2. ความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้อาศัยหรือผู้ใช้อาคาร
เมื่อเกิดอัคคีภัยในอาคารที่ไม่มีระบบดับเพลิง ผู้ที่อยู่ภายในอาจพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในการหลบหนี ควันหนาและความร้อนที่เกิดจากไฟไหม้ สามารถทำให้ผู้คนหมดสติในเวลาอันสั้น หากไม่มีระบบดับเพลิงที่สามารถเตือนภัยและช่วยระงับเพลิงได้ ท่านอาจไม่สามารถช่วยชีวิตได้ทันเวลา
สถิติผู้เสียชีวิตที่เกิดจากเหตุเพลิงไหม้ ส่วนใหญ่เกิดจากการสูดดมควันไฟ เนื่องจากเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ผู้สูดดมเข้าไปมากๆ จะทำให้หมดสติและไม่สามารถหนีออกมาได้
3. สูญเสียทรัพย์สิน
การไม่มีระบบดับเพลิงในอาคารยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพย์สินอย่างมาก เมื่อเกิดไฟไหม้แล้วไม่มีการควบคุมหรือระงับเพลิงได้ตั้งแต่แรก ทรัพย์สินภายในอาคารอาจถูกทำลายโดยไฟและควันได้เกือบทั้งหมด การสูญเสียทรัพย์สินทางธุรกิจเช่น สินค้าหรือเอกสารสำคัญภายในอาคารก็เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่สูงมาก และการกู้คืนหรือชดเชยอาจเป็นไปได้ยาก
4. ความเสี่ยงต่อโครงสร้างอาคาร
นอกจากความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว การไม่มีระบบดับเพลิงอาจทำให้อัคคีภัยส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารได้มากขึ้น หากไฟสามารถแพร่กระจายได้ทั่วอาคารโดยไม่มีการควบคุม โครงสร้างของอาคารอาจได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ไฟที่เผาผลาญวัสดุที่เป็นส่วนประกอบของอาคาร เช่น เหล็กและไม้ อาจทำให้โครงสร้างอาคารเกิดการพังทลายลงได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ที่อยู่ภายในอาคารในขณะนั้นและเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือสร้างอาคารใหม่
5. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เมื่อเกิดอัคคีภัยในอาคารโดยไม่มีระบบดับเพลิงในการควบคุม เพลิงไหม้สามารถปล่อยสารเคมีและสารพิษต่าง ๆ ออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ โดยเฉพาะหากอาคารนั้นมีการจัดเก็บวัตถุอันตราย หรือสารเคมีอันตราย การไม่มีระบบดับเพลิงทำให้เกิดการปล่อยควันพิษและสารเคมีที่เผาไหม้ออกสู่บรรยากาศ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้น้ำที่ใช้ในการดับเพลิงอาจปนเปื้อนสารเคมีและส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและดินในบริเวณใกล้เคียงได้
ความเสี่ยงจากการไม่ได้ดูแลระบบดับเพลิง อย่างถูกต้อง
1. ระบบที่ไม่ทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน
การมีระบบดับเพลิงแต่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาเป็นประจำก็มีความเสี่ยงไม่แพ้กับการไม่มีระบบเลย ระบบดับเพลิงที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องอาจไม่ทำงานตามที่คาดหวังเมื่อเกิดอัคคีภัยจริง ตัวอย่างเช่น หัวสปริงเกลอร์ที่อุดตัน หรือวาล์วน้ำที่ไม่เปิดอัตโนมัติเมื่อมีสัญญาณเตือน หากระบบเหล่านี้ไม่ทำงานในช่วงเวลาที่สำคัญ การควบคุมและระงับเพลิงอาจไม่เกิดขึ้นทันเวลา และส่งผลให้ความเสียหายเพิ่มมากขึ้น
หากการตรวจสอบระบบดับเพลิงไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น การตรวจสอบการทำงานของระบบไฟฟ้า การตรวจสอบความดันน้ำ หรือการเปลี่ยนหัวสปริงเกลอร์ที่เสื่อมสภาพ การบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสมนี้อาจทำให้ระบบดับเพลิงไม่สามารถทำงานได้ตามที่ควร การมีระบบดับเพลิงแต่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องอาจเพิ่มความเสี่ยงในระดับเดียวกับการไม่มีระบบเลย
2. เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในขณะปฏิบัติงาน
หากระบบดับเพลิงไม่ได้รับการดูแลหรือบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง อุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบ เช่น ท่อส่งน้ำหรือวาล์ว อาจเสื่อมสภาพหรือมีปัญหา เมื่อมีการเปิดระบบเพื่อใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือในระหว่างการทดสอบระบบ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด เช่น น้ำรั่วหรืออุปกรณ์ทำงานผิดพลาด การบำรุงรักษาระบบดับเพลิงอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในขณะปฏิบัติงาน
4. ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงขึ้น
การบำรุงรักษาระบบดับเพลิงอย่างไม่สม่ำเสมออาจ ทำให้ระบบเสื่อมสภาพและต้องการการซ่อมแซมในราคาแพง การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
วิธีการลดความเสี่ยงจากการไม่มีระบบดับเพลิง หรือระบบที่ไม่ได้รับการดูแล
1. ติดตั้งระบบดับเพลิงที่เหมาะสมตามประเภทอาคาร
การเลือกใช้ระบบดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทอาคารเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถควบคุมเพลิงได้ทันทีที่เกิดเหตุ การติดตั้งระบบดับเพลิง เช่น สปริงเกลอร์, ระบบโฟม หรือระบบน้ำอัตโนมัติ จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเพลิงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัย
2. บำรุงรักษาระบบดับเพลิงอย่างสม่ำเสมอ
การบำรุงรักษาและตรวจสอบระบบดับเพลิงอย่างต่อเนื่อง เป็นการตรวจสอบความพร้อมใช้งานของระบบเป็นประจำ และการทดสอบการทำงานของระบบจะช่วยให้แน่ใจว่าระบบจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในสถานการณ์ฉุกเฉิน
3. จัดอบรมและให้ความรู้แก่ผู้ใช้อาคาร
การให้ความรู้แก่ผู้ใช้อาคารเกี่ยวกับการใช้ระบบดับเพลิง และการปฏิบัติตนเมื่อเกิดอัคคีภัย จะช่วยเพิ่มโอกาสในการควบคุมและระงับเพลิงได้ทันเวลา นายจ้าง หรือเจ้าของอาคารควรมีการจัดอบรมดับเพลิงขั้นต้นและซ้อมอพยพ ประจำปีในส่วนนี้เป็นข้อกำหนดตามกฎหมายที่ต้องมีการจัดอบรมประจำทุกปี เพื่อทบทวนความรู้เตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ
บทสรุป
การไม่มีระบบดับเพลิงในอาคาร หรือการมีแต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างอาคารและสิ่งแวดล้อม การมีระบบดับเพลิงที่เหมาะสมและการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอคือแนวทางที่ดีที่สุดในการปกป้องทุกคนในอาคารจากอัคคีภัยที่ไม่คาดคิด ขอให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการมีระบบดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
บทความที่น่าสนใจ
- การทดสอบปั๊มดับเพลิง (Fire Pump Performance Test) NFPA 25
- ปัจจัยที่มีผลต่อการติดไฟ และการลุกลามของไฟ มีอะไรบ้าง
- ความเสี่ยงและอันตราย จากการไม่มีระบบดับเพลิง ในอาคาร