เคยสงสัยกันไหมว่า ระบบดับเพลิงที่เราเห็นติดตั้งอยู่ตามอาคารต่าง ๆ ทำงานยังไง แล้วแต่ละแบบมีความต่างกันยังไงบ้าง? เวลาเดินห้างหรือเข้าออฟฟิศ เรามักจะเจอหัวฉีดน้ำเล็ก ๆ ติดอยู่บนเพดาน นั่นคือหนึ่งในระบบดับเพลิงที่ช่วยให้เราปลอดภัยจากไฟไหม้ได้ทันที แต่รู้ไหมว่ายังมีระบบดับเพลิงอีกหลายแบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นโฟมเคมี ก๊าซอัดแรงดัน หรือแม้แต่ท่อวัดอุณหภูมิด้วยลม แต่ละระบบมีความพิเศษและเหมาะกับพื้นที่ต่างกัน มาทำความรู้จักกับระบบเหล่านี้กันดีกว่า แล้วจะรู้ว่าเลือกใช้ระบบไหนถึงจะตอบโจทย์การป้องกันอัคคีภัยได้ดีที่สุด
ประเภทของระบบดับเพลิงในอาคาร มีอะไรบ้าง
1. ระบบดับเพลิงด้วยโฟมเคมี (Chemical Foam Suppression Systems)
ระบบดับเพลิงด้วยโฟมเคมี ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานการณ์ที่เกิดไฟไหม้จากไขมันหรือสารเคมี ซึ่งพบได้บ่อยในห้องครัวอุตสาหกรรม โฟมเคมีสามารถตัดออกซิเจนที่เป็นตัวช่วยในการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว โดยระบบนี้มักถูกติดตั้งใต้ฝาครอบเตาในครัวอุตสาหกรรม และเมื่อระบบตรวจพบไฟจะพ่นโฟมออกมาดับไฟโดยอัตโนมัติ
ข้อดีของระบบดับเพลิงด้วยโฟมเคมี:
- ทำให้เกิดความเสียหายน้อย: เมื่อเทียบกับระบบที่ใช้สารเคมีหรือก๊าซ ระบบโฟมเคมีทำให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์และพื้นที่น้อย
- ประสิทธิภาพในการดับไฟไขมันและสารเคมี: ระบบนี้มีประสิทธิภาพสูงในการดับไฟที่เกิดจากสารเคมีหรือไขมันที่ไม่สามารถดับได้ด้วยน้ำ
ข้อเสียของระบบดับเพลิงด้วยโฟมเคมี:
- ราคาสูง: ระบบโฟมเคมีมีราคาสูงกว่าระบบดับเพลิงทั่วไป เนื่องจากต้องการวัสดุที่ทนต่อสารเคมี
- การติดตั้งที่ซับซ้อน: ระบบนี้ต้องการการติดตั้งที่ซับซ้อนและต้องการอุปกรณ์สแตนเลสสตีลในการต่อท่อ
2. ระบบดับเพลิงด้วยน้ำ (Water-Based Fire Suppression Systems)
ระบบดับเพลิงด้วยน้ำ เป็นประเภทของระบบป้องกันอัคคีภัยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอาคารทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพราะเป็นระบบที่ง่ายต่อการติดตั้งและการบำรุงรักษา โดยทั่วไป น้ำจะถูกเก็บไว้ในถังเก็บหรือเชื่อมต่อโดยตรงกับแหล่งน้ำ ระบบนี้ทำงานโดยการตรวจจับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นหรือควันที่เกิดจากการเผาไหม้ เมื่อระบบตรวจพบเหตุการณ์ผิดปกติ ระบบจะพ่นน้ำออกมาดับไฟโดยอัตโนมัติ
ข้อดีของระบบดับเพลิงด้วยน้ำ:
- ต้นทุนต่ำ: ระบบนี้มีราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับระบบอื่น ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการติดตั้งในอาคารที่มีขนาดใหญ่
- บำรุงรักษาง่าย: การบำรุงรักษาระบบนี้ทำได้ง่ายและไม่ซับซ้อน
- ประสิทธิภาพในการดับไฟ: น้ำสามารถใช้ในการดับไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพในหลายกรณี
ข้อเสียของระบบดับเพลิงด้วยน้ำ:
- ความเสียหายจากน้ำ: การใช้ระบบนี้อาจทำให้เกิดความเสียหายจากน้ำ โดยเฉพาะเมื่อเกิดไฟไหม้ในบริเวณที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งน้ำอาจทำให้อุปกรณ์เหล่านี้ได้รับความเสียหายเพิ่มเติม
- ไม่เหมาะกับบางสภาพแวดล้อม: ในพื้นที่ที่มีวัสดุไวไฟหรือพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นหลัก การใช้ระบบดับเพลิงด้วยน้ำอาจไม่เหมาะสม
3. ท่อวัดอุณหภูมิด้วยลม (Pneumatic Heat Detection Tube)
ท่อวัดอุณหภูมิด้วยลม เป็นระบบที่รวมการตรวจจับอุณหภูมิและการดับเพลิงในตัวเดียวกัน ระบบนี้ใช้สำหรับดับไฟขนาดเล็กในพื้นที่เฉพาะ เช่น ห้องเครื่องยนต์หรือพื้นที่จำกัด ท่อวัดอุณหภูมิจะติดตั้งในพื้นที่เสี่ยง เมื่ออุณหภูมิถึงระดับที่กำหนด ท่อจะถูกเจาะและโฟมจะถูกพ่นออกมาเพื่อดับไฟ
ข้อดีของท่อวัดอุณหภูมิด้วยลม:
- ราคาถูก: ระบบนี้มีราคาถูกเมื่อเทียบกับระบบดับเพลิงขนาดใหญ่
- ติดตั้งง่าย: สามารถติดตั้งได้ง่ายในพื้นที่ขนาดเล็กหรือพื้นที่เฉพาะเจาะจง
- ขนย้ายสะดวก: ท่อวัดอุณหภูมิสามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่นได้ง่าย
ข้อเสียของท่อวัดอุณหภูมิด้วยลม:
- มีประสิทธิภาพเฉพาะในไฟขนาดเล็ก: ระบบนี้ไม่สามารถดับไฟขนาดใหญ่ได้ และเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่เล็ก
4. ระบบก๊าซอัดแรงดัน (Pressurized Gas System)
ระบบก๊าซอัดแรงดัน เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ก๊าซ เช่น ไนโตรเจนเหลว ซึ่งถูกเก็บไว้ในสถานะแรงดัน เมื่อระบบตรวจพบไฟ ก๊าซจะถูกปล่อยออกมาและเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ช่วยดับไฟโดยไม่ลดระดับออกซิเจนในพื้นที่ ระบบนี้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพง เช่น ห้องเซิร์ฟเวอร์
ข้อดีของระบบก๊าซอัดแรงดัน:
- ไม่มีความเสียหายจากน้ำหรือโฟม: ระบบนี้ไม่ใช้ของเหลว จึงไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ไฟฟ้า
- เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการปกป้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์: ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อความเสียหาย
- มีขนาดกะทัดรัด: เนื่องจากก๊าซถูกเก็บไว้ในสถานะแรงดัน ระบบจึงใช้พื้นที่น้อย
ข้อเสียของระบบก๊าซอัดแรงดัน:
- ราคาสูง: ระบบนี้มีราคาสูงกว่าระบบดับเพลิงทั่วไป เนื่องจากการใช้ก๊าซที่มีคุณภาพสูงและต้องการการดูแลรักษาที่ซับซ้อน
5. ระบบโฟมดีลูจ (Foam Deluge Systems)
ระบบโฟมดีลูจ ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้น้ำในการดับไฟได้ เช่น พื้นที่ที่มีถังน้ำมันหรือหม้อแปลงไฟฟ้า ระบบนี้ทำงานโดยการผสมน้ำกับโฟมและพ่นออกมาเพื่อปกคลุมไฟและดับไฟ
ข้อดีของระบบโฟมดีลูจ:
- เหมาะสำหรับพื้นที่ภายนอก: ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในพื้นที่กลางแจ้งที่ไม่สามารถใช้น้ำได้
- ประสิทธิภาพในการดับไฟที่เกิดจากน้ำมัน: ระบบนี้มีความสามารถในการดับไฟจากน้ำมันหรือสารเคมีที่ไม่สามารถดับด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว
ข้อเสียของระบบโฟมดีลูจ:
- ทำให้เกิดความเลอะเทอะ: เมื่อใช้งานแล้ว โฟมจะทำให้เกิดความเลอะเทอะที่ต้องทำความสะอาดหลังจากเหตุการณ์ดับไฟ
สรุป
การเลือกใช้ระบบดับเพลิงในอาคารต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ประเภทของไฟที่อาจเกิดขึ้น พื้นที่ที่ต้องการปกป้อง และงบประมาณ ระบบดับเพลิงด้วยน้ำเป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ในบางสถานการณ์ เช่น พื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือสารเคมี อาจจำเป็นต้องใช้ระบบอื่น ๆ เช่น ระบบก๊าซอัดแรงดันหรือโฟมเคมี ก่อนที่เจ้าของอาคารหรือนายจ้างสถานประกอบการจะติดตั้งระบบดับเพลิง ควรศึกษาความรู้เบื้องต้น เพื่อความมั่นใจในการเลือกใช้ หรือขอคำปรึกษาจากทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ด้านบริการติดตั้งระบบดับเพลิง อาคาร
ติดต่อขอคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญ : ตรวจสอบระบบดับเพลิง.com
อีเมล : [email protected]
บทความที่น่าสนใจ
- ปัจจัยที่มีผลต่อการติดไฟ และการลุกลามของไฟ มีอะไรบ้าง
- NFPA 20: มาตรฐานที่ช่วยป้องกันอัคคีภัยในสถานประกอบการ
- ความเสี่ยงและอันตราย จากการไม่มีระบบดับเพลิง ในอาคาร